เครื่องครัว ราคาประหยัดทุกวัน kitchenware online, everyday low price!
ติดต่อเรา / แผนที่ 
Thai English
ติดตามเราได้ใน Facebook
วิธีสั่งซื้อ |  การส่งและคืนสินค้า |  คำถามคำตอบ | เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา / แผนที่
  หน้าแรก » สินค้า » สูตรอาหาร » ย้อนตำนาน ข้าวแช่ 3 ตำรับชาววัง บัญชีผู้ใช้  |  รถเข็น  |  ชำระค่าสินค้า   
ประเภทสินค้า (7738)
เครื่องครัวสแตนเลส
เหล็ก
เครื่องครัว อลูมิเนียม
เครื่องครัวราคาถูก
อลูมิเนียมลายไทย
อุปกรณ์เบเกอรี่
กระทะนอนสติ๊ก
พลาสติก
เครื่องแก้ว
เครื่องเคลือบ
เครื่องใช้ไฟฟ้าบ้าน
เครื่องมือประกอบอาชีพ
จานชาม เมลามีน
ช้อนส้อมมีด บนโต๊ะ
ทองเหลือง
มีด กรรไกร
เซรามิค
เฟอร์นิเจอร์ร้านอาหาร
เตาแก๊ส
ชั่ง ตวง วัด
งานไม้ต่างๆ
หิน
ผ้า
อุปกรณ์อื่นๆ
ดูสินค้าทางลัด...
สินค้าลดราคา
สินค้าใหม่
สินค้าแนะนำ
ชมสินค้าทั้งหมด
ผู้ผลิต  มีอีก

Zebra Sun
Crocodile Diamond
Tefal Iron-chef by CHR
Circulon Anolon
Meyer Prestige

Flowerware Royal Porcelain
Melamineware Superware
Oceanglass Twinfish

Micronware Reangwa
Superlock Keyway
Uniware Pioneer
Daikyowa JCJ

Sharp Imarflex
Otto Houseworth
Tefal Wise Promotion
KitchenAid Fry King
ค้นหาสินค้า
 
ใช้ชื่อสินค้าในการหาครับ
หรือ คลิ๊กตรงนี้เพื่อค้นหาอย่างละเอียด
ราคาสินค้า
ผู้สนับสนุน
DBD Verified
ติดตามเราได้ใน Facebook ทางเลือกจัดส่งด่วน Independent Speed
ย้อนตำนาน ข้าวแช่ 3 ตำรับชาววัง โดย www.manager.co.th

ย้อนตำนาน ข้าวแช่ 3 ตำรับชาววัง
http://www.manager.co.th/MetroLife/V...=9520000041106
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 เมษายน 2552 10:02 น.


พออย่างเข้าหน้าร้อนทีไร คนโบราณจะนึกถึง “ข้าวแช่” ขึ้นมาทันที ข้าวเม็ดสวย ๆ แช่มาในน้ำเย็นลอยดอกมะลิ เคียงคู่มากับ “กับข้าว”ข้าวแช่ 5 – 6 อย่างล้วนแล้วแต่น่ากินทั้งสิ้น แถมด้วยผักแกะสลักอย่างประณีตสวยงาม เป็นอาหารดับร้อนที่ให้คุณค่าทางโภชนาสูง เมื่อสมัยก่อนแต่ละวังรวมไปถึงบ้านตระกูลใหญ่จะนิยมทำข้าวแช่กินกับในวันสงกรานต์ จนกลายเป็นสูตรประจำบ้านที่ขึ้นหน้าขึ้นตาเอาไว้อวดแขกได้

แต่พอถึงยุคนี้ข้าวแช่เต็มสำรับดูจะเลือนหายไปจากโต๊ะอาหารคนไทยแล้ว วันนี้ลองไปเปิดสำรับย้อนตำนานข้าวแช่ชาววังจาก 3 ตระกูลดังกันดู เพราะข้าวแช่มิใช่เป็นเพียงอาหารดับร้อนเท่านั้นแต่ยังซ่อนความละเมียดทางศิลปะการทำอาหารและถือเป็นการเชื่อมความรักสามัคคีระหว่างคนในครอบครัวได้อีกด้วย


**ข้าวแช่-ลูกชุบ บ้านบุนนาค**
เพียงแค่เริ่มบทสนทนากับหม่อมปริม บุนนาคในวัย 86 ปี เบื้องหลังข้าวแช่อันเลื่องชื่อแห่งสกุลบุนนาค ก็ทำให้ทราบว่าในรั้วรอบขอบประตูของบ้านบุนนาคที่หม่อมปริมวิ่งเล่นเมื่อยังเยาว์นั้น การทานข้าวแช่ของผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นเรื่องที่เห็นจนชินตา
“ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผู้ใหญ่ทานข้าวแช่แล้ว” หม่อมปริม บุนนาค หม่อมในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ย้อนรำลึกถึงวัยเด็กที่เห็นการรับประทานข้าวแช่ในช่วงเมษายนซึ่งเป็นเทศกาลปีใหม่ของคนไทยในยุคก่อน ที่มักจะเลี้ยงพระในงานทำบุญกระดูกของบรรพบุรุษและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานมาอย่างคุ้นเคย
“สมัยที่เป็นเด็กนั้น คุณแม่ (คุณหญิงเปลื้อง บุนนาค ภรรยาพระยานิพัทธ์กุลพงศ์) ท่านลองให้ไปเข้าครัวทำอาหารเป็นครั้งคราว ระหว่างทำถ้าไปถามก็โดนดุว่าทำไมเวลาท่านทำแล้วไม่ดูหรือสังเกต ถ้าทำเสร็จแล้วไม่อร่อยถูกปากก็โดนว่าซ้ำอีก จึงทำให้เรากลายเป็นคนไม่ชอบงานครัวเลย แต่ทุกวันนี้ ที่ทำอาหารได้เพราะมีโอกาสได้เห็นได้ช่วยอยู่เสมอ ถ้าตั้งใจทำอย่างจริงจังก็จะได้อะไรดีๆ จากผู้ใหญ่อีกมาก”
ตระกูลบุนนาคของหม่อมปริม เป็นครอบครัวใหญ่ อาศัยรวมอยู่ในบริเวณเดียวกัน ที่เมื่อยามว่างผู้ใหญ่ก็มักกจะเรียกใช้ลูกหลานให้ไปช่วยงานครัว หม่อมปริม บอกว่า คนสมัยก่อนไม่มีห้างสรรพสินค้าเหมือนในรุ่นนี้ เวลาที่เหลือก็จะอยู่กันตามก้นครัว แบ่งงานในครัวช่วยผู้ใหญ่ครอบครัวตามที่ตนเองถนัด อย่างเช่นเวลาเตรียมข้าวแช่ที่ต้องอาศัยคนจำนวนมาก เพราะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ลูกหลานในรุ่นหม่อมปริมทุกคนก็ต้องมารวมตัวกัน เรียกว่ารุ่นเล็กถึงรุ่นใหญ่ของบ้านต่างมีส่วนร่วมในการทำข้าวแช่กันถ้วนหน้า


“เมื่อหน้าร้อนใกล้เข้ามาถึงแต่ละบ้านก็จะทำข้าวแช่เลี้ยงกัน พอทำเสร็จก็จะทำมาแจกหรือแลกกันตามบ้าน สูตรข้าวแช่ของแต่ละบ้านก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรสชาติที่ชอบ ซึ่งส่วนใหญ่เครื่องข้าวแช่ต้องออกหวาน เพราะรสหวานเมื่อนำมาทานกับน้ำอบดอกมะลิแล้วเข้ากันเป็นอย่างดี ทานแล้วชื่นใจ”
สำหรับที่มาของข้าวแช่บ้านหม่อมปริมนี้ เป็นสูตรที่หม่อมได้มาจากหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมปัทมา(ปลั่ง) จักรพันธุ์ ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าประดิษฐาน จักรพันธุ์ พระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเสรฐวงศ์วราวัตร กรมหมื่นอนุพงษ์จักรพรรดิ์ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวหม่อมปริมกำลังนึกอยากทำข้าวแช่ด้วยตัวเองพอดี จึงนำสูตรที่ได้รับมาใช้เป็นหลักในการปรุง เริ่มประเดิมทำตามสูตรกันครั้งแรกที่ทำหม่อมบอกว่า “หน้าตาออกพอใช้ได้ แต่ต้องมาปรับปรุงเรื่องรสชาติกันในภายหลัง ถึงจะถูกปาก”
เครื่องข้าวแช่ของบ้านหม่อมมีทั้งหมด 6 อย่าง แทบไม่ต่างจากข้าวแช่บ้านอื่นๆ มี พริกหยวกสอดไส้หมู ลูกกะปิ ปลาหวาน ไชโป๊ผัด หมูฝอย และที่ดูแตกต่างจากที่อื่นคือ ลูกปลาเค็ม ที่ทำจากหมูผสมปลาเค็มเนื้อดีอย่างปลากุเลา แล้วนำไปทอด นอกจากนั้นวัตถุดิบส่วนใหญ่จะใช้หมูเป็นส่วนประกอบหลัก หม่อมบอกว่า “ในสมัยโบราณเครื่องบางอย่างจะใช้เนื้อ อย่างหมูฝอยก็จะเป็นเนื้อฝอย ซึ่งก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ปัจจุบันคนไม่นิยมทานเนื้อจึงเปลี่ยนใช้หมูแทน”
ส่วน พริกหยวกสอดไส้ หนึ่งในเครื่องข้าวแช่สำคัญที่พิสูจน์ถึงความประณีตในการคว้านไส้พริกหยวก และการโรยไข่เพื่อนำมาห่อให้สวยงาม ความพิเศษจะอยู่ที่ไส้ข้างในที่ทำจากหมูสับผสมกุ้ง รากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ ส่วนปลาหวานที่เม็ดเล็กพอคำ หม่อมปริม ลงทุนสั่งตรงมาจากเพชรบุรีเมืองข้าวแช่เลยทีเดียว


ในบรรดาเครื่องต่างๆที่ห้อมล้อมข้าวเม็ดเรียว จะเป็นที่ทราบดีของทุกบ้านว่า ลูกกะปิ เป็นเครื่องที่ทำยากที่สุด หม่อมปริมบอกว่าสูตรที่บ้านไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นอกจากเป็นเครื่องที่ใช้เวลาทำนานที่สุด สำหรับการทำเครื่อง แต่ในเชิงคุณค่าทางอาหารแล้ว ลูกกะปิ เป็นเครื่องที่อุดมประโยชน์มากที่สุด ที่ทั้ง กระชาย ตะไคร้ หอมแดง รากผักชี ข่า ผิวมะกรูด เป็นส่วนประกอบ ที่เกิดจากขั้นตอนการทำโดยนำทุกอย่างมาตำรวมกันใส่เครื่องปรุง แล้วนำไปผัด ใส่กะทิ จากนั้นผัดให้แห้งจนสามารถนำมาปั้นขนาดเท่าปลายนิ้วได้ เสร็จแล้วนำไปชุบไข่ทอดให้เหลือง
นอกจากข้าวแช่สูตรเด็ด ของโปรดในยามคลายร้อนของคนโบราณแล้ว ลูกชุบ ขนมไทยที่มีรูปร่างและสีสันชวนลิ้มลอง ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ปลายจวักที่ได้ตกทอดสูตรเด็ดรวมทั้งฝีมือในการปั้นให้เป็นรูปต่างๆตกทอดมาจากคุณย่า (แฝด บุนนาค) ผู้เคยอาศัยอยู่ในวังเทวะเวสม์ เมื่อครั้งที่หม่อมปริมอายุ14-15 ยังวิ่งเล่นซนและช่วยสานตะกร้าใส่ลูกชุบเม็ดอร่อย
หม่อมปริมย้อนเล่าว่า “ลูกชุบเป็นขนมที่ชอบมากเพราะมีสีสันสวยงาม ส่วนเทคนิคการปั้นให้เป็นรูปต่างๆ ก็ล้วนแต่ตกทอดมาจากคุณย่าทั้งนั้น เรื่องปั้นครั้งแรกเป็นทับทิม ลำไย เป็นผลไม้ที่ต้องอาศัยความประณีตบรรจง จากนั้นก็นำมาเข้าช่อให้สวยงาม เป็นขนมที่นิยมนำไปฝากผู้ใหญ่ ส่วนขั้นตอนการทำรวมแล้วมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน หม่อมสรุปให้ฟังสั้นๆ ว่า เริ่มด้วยการนึ่งถั่วเขียวปอกเปลือกให้สุกร่วน แล้วนำไปกวนให้เป็นเนื้อเดียวกัน ต่อด้วยการนำไปปั้นเป็นรูปต่างๆ ตามใจชอบ จากนั้นนำไปแต่งสีแล้วชุบวุ้น พร้อมทั้งแต่งก้านเป็นขั้นตอนสุดท้าย


“สมัยนี้ดีทำอะไรก็สะดวกไปหมด ถั่วที่ใช้ก็ทำมาสำเร็จรูปแล้ว ไม่ต้องปลอกเปลือกเหมือนแต่ก่อน หรือแม้แต่การกวนถั่ว ถ้าเป็นแต่ก่อนต้องอาศัยแรงผู้ชายกวน สมัยนี้ก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องบดไฟฟ้า เพียงไม่นานถั่วก็ละเอียดร่วนอย่างที่ต้องการ ที่นี่เราใส่ใจกับขั้นตอนการปั้นมาก ลูกชุบทุกเม็ดปั้นด้วยมือทั้งหมด เป็นวิชาที่ได้ตกทอดมา กว่าจะได้แต่ละลูกต้องใช้เวลาพอสมควร ปั้นได้ทุกอย่าง ถ้าเป็นลูกชุบรูปผลไม้ขายกันมาตั้งแต่เม็ดละ 10 สลึง จนตอนนี้ขายเม็ดละ 4 บาท ถ้าเป็นรูปผักปั้นยากกว่า ขายเม็ดละ 6 บาท นอกจากนี้ก็ยังรับสั่งทำลูกชุบเป็นรูปอื่นๆ ตามออเดอร์ด้วย แต่จะให้ปั้นเป็นรูปขนาดใหญ่มาก คงไม่ได้ เพราะเนื้อถั่วจะหนักเกินไป”
ความประณีตอย่างที่หม่อมสาธยายมาทั้งหมดเกี่ยวกับลูกชุบฝีมือตัวเอง คงไม่น่าแปลกใจนักที่ลูกชุบจากบ้านบุนนาคจะคว้ารางวัลชนะเลิศ ในงานเคหะสงเคราะห์ ณ สวนอัมพรเมื่อ พ.ศ. 2496 ซึ่งจัดขึ้นโดยการเคหะแห่งชาติ เคล็ดลับที่สามารถเอาชนะใจกรรมการได้ หม่อมบอกว่า เป็นเพราะ ลูกชุบของเราสวยใสเป็นเงา รสชาติดี ไม่หวานจัด รูปทรงเหมือนของจริงที่ย่อส่วนมา โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นของขนม ถ้าเป็นลูกชุบที่มาจากบ้านนี้ของแท้ ต้องไม่อบควันเทียน เพราะกลิ่นควันเทียนที่ว่าหอม สำหรับบางคนอาฉุนจนไม่ชวนกินก็ได้
นอกจากนี้ หม่อมผู้คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการกินของคนโบราณ ยังได้ฝากถึงคนรุ่นใหม่ด้วยว่า อาหารไทยแม้จะไม่แต่งตัวให้ดูโก้ อย่างเมนูจานด่วนแบบอาหารฝรั่ง แต่ทุกเมนูล้วนแต่ดีต่อสุขภาพ อย่างที่หม่อมเองก็นิยมทานผักน้ำพริกมาตลอด จนกลายเป็นหนึ่งในเมนูไทยๆ ที่อยู่เคียงข้างอายุที่ยืนยาวของหม่อมปริมมาจนทุกวันนี้

หมายเหตุ : ใครสนใจอยากทานข้าวแช่-ลูกชุบฝีมือหม่อมปริม บุนนาค โทรสั่งได้ที่ 02-216-6467 ในราคาข้าวแช่ชุดละ 160 บาท


**ข้าวแช่บ้านประชาชื่น**
ลึกเข้าไปในซอยประชาชื่น 33 เป็นที่รู้กันในหมู่คนรักข้าวแช่ว่าว่าใครที่นึกอยากกินข้าวแช่ตอนไหนก็ได้ ต้องแวะมากินที่ร้าน”บ้านประชาชื่น” ซึ่งจะมีข้าวแช่ขายตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องรอให้ถึงหน้าร้อน คุณพร้อมศรี พิบูลย์สงคราม ในวัย 83 ปีแต่ยังดูคล่องแคล่วจะเป็นผู้ดูแลขั้นตอนการทำข้าวแช่ทั้งหมด
คนส่วนมากคิดว่าข้าวแช่ร้านนี้เป็นสูตรของ "สนิทวงศ์” ซึ่งเป็นสกุลเดิมของคุณพร้อมศรีก่อนที่จะตกแต่งมาเป็นสะใภ้ใหญ่ของจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม แต่คุณพร้อมศรีออกตัวว่าเป็นเพียงข้าวแช่บ้าน ๆ ของตระกูล”วัชราภัย” ซึ่งเป็นญาติข้างคุณตาพระยาศรีสังกร (ตาบ)จารุรัตน์ อดีตประธานศาลฎีกาและคุณยาย(คุณหญิงตาบ วัชราภัย ศรีสังกร) ด้วยเหตุผลที่คุณพร้อมศรีบอกว่า “ตอนเด็ก ๆ ดิฉันไม่ได้อยู่ที่บ้านสนิทวงศ์ของคุณพ่อ แต่มาโตที่บ้านคุณตาคุณยายค่ะ”


ในเรื่องที่มาของสูตรข้าวแช่นั้น คุณพร้อมศรีเล่าให้ฟังว่าเนื่องเพราะครอบครัวฝ่ายคุณพ่อไม่ชอบทานข้าวแช่ แต่สำหรับตัวคุณพร้อมศรีแล้วชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจ “ตั้งแต่จำความได้ทุกหน้าร้อนพอเริ่มเข้าเดือนกุมภาพันธ์เรื่อยไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ทางบ้านคุณตาจะทำข้าวแช่กันกิน คือไม่ใช่กินเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น แต่คิดอยากจะกินตอนไหนก็ทำกินกันได้เลย”
ความที่เป็นคุณหนูในครอบครัวใหญ่จึงไม่ต้องเข้าครัวแกะหอม-กระเทียมเพราะมีแม่ครัวคอยทำให้หมดทุกอย่าง แต่คุณพร้อมศรีก็ถูกเลี้ยงแบบกุลสตรีที่ต้องเรียนรู้เรื่องการเรือนการครัวเหมือนกัน ประกอบกับทั้งคุณตาและคุณยายเป็นคนชอบทานอาหาร ครัวบ้านนี้จึงมีฝีมือในการปรุงอาหารไม่น้อยหน้าที่อื่น ๆ
ข้าวแช่ตำรับ”วัชราภัย”นั้นต้องมีเครื่องมากถึง 6 อย่างด้วยกัน คือลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ พริกแห้งสอดไส้ หมูฝอย หัวไชโป๊ว ปลายี่สนหวาน โดยจะให้ความสำคัญกับเครื่องหลัก 3 อย่างคือ ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้และที่ไม่เหมือนของใครคือพริกแห้งสอดไส้


“ลูกกะปิของที่นี่จะต้องมีกลิ่นกะปิกับกระชายโดดขึ้นมาจึงจะหอมอร่อย ลูกกะปินั้นจะใช้กะปิอย่างดี เนื้อปลาดุกย่าง หอม กระชาย หัวกะทิ มาเคี่ยวจนเหนียวเป็นทอฟฟี่ ปั้นเป็นลูกกลม ๆ แล้วชุบไข่ทอด”
ส่วนพริกหยวกสอดไส้จะใช้ทั้งหมูและกุ้งสับรวมกับกระเทียม รากผักชี พริกไทย แล้วนมายัดไส้ในพริกหยวก จากนั้นจึงใช้ไข่มาโรยบนกระทะแห้งให้เป็นโสร่งเพื่อห่อพริกหยวกอีกชั้นหนึ่ง ถือเป็นความละเมียดในการทำอาหารไทยโบราณอย่างยิ่
พริกแห้งสอดไส้ เป็นเครื่องข้าวแช่ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งคุณพร้อมศรีบอกว่าเห็นมาตั้งแต่เล็ก ๆ เช่นกัน วิธีการทำก็ไม่ยากเพียงเลือกพริกแห้งเม็ดใหญ่มาคว้านไส้ออก ผัดปลาช่อนแห้ง หอม กระเทียมและเครื่องอื่น ๆ ให้เข้ากันแล้วสอดแทนไส้พริก จากนั้นจึงนำไปทอดให้กรอบหอม
สำหรับตัวข้าวนั้นจะต้องหุงเกือบสุก ซึ่งต้องใช้ความชำนาญอย่างยิ่ง จากนั้นจึงนำข้าวมาขัดบนกระชอนให้เม็ดข้าวสวย สูตรของคุณพร้อมศรีจะใช้น้ำสุกลอยดอกมะลิที่ปลูกเองอย่างเดียว ด้วยเหตุผลว่ากลิ่นมะลินุ่มนวลที่สุด
บ้านประชาชื่นเปิดขายอาหารมา 3 ปีแล้ว โดยจะยืนเมนูหลักคือข้าวแช่ ซึ่งมีบริการลูกค้าในราคาชุดละ 200 บาท ร้านเปิดบริการตั้งแต่ 11.00 – 15.00 น. ส่วนใครที่อยากกินข้าวแช่เวลาไหนก็สามารถโทรบอกได้ทุกเมื่อเพราะเจ้าของร้านบอกว่าต้องการให้ทุกคนเวลากินข้าวแช่แล้วต้องนึกถึงร้านคุณพร้อมศรีเป็นอันดับแรก


**ข้าวแช่วังเทวะเวสม์**
ข้าวแช่ของวังเทวะเวสม์ก็เป็นอีกสำรับหนึ่งที่ได้รับการกล่าวขานเรื่องความอร่อย เนื่องเพราะเจ้าของวังเทวะเวสม์คือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ เสนาบดี กระทรวงการต่างประเทศ ในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ชื่อว่าเป็นนักชิมตัวยง
คุณป้อม-หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล ทายาทของวังแห่งนี้เป็นผู้ที่สืบทอดตำรับข้าวแช่ของวังเทวะเวสม์อย่างครบถ้วน โดยย้อนอดีตกลับไปในวัยเด็กที่ยังวิ่งเล่นอยู่ในวังนี้ก่อนที่จะถูกขายให้กับกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2493 ว่า
“คุณย่า(ม.ร.ว.สอางค์ เทวกุล )ทำกับข้าวเก่ง และคุณแม่(ประเทือง เทวกุล ณ อยุธยา )ก็เป็นคนชอบทำอาหาร ป้อมจึงซึมซับความรู้เรื่องอาหารมาจาก 2 ท่าน”
ธรรมเนียมการกินข้าวแช่ของวังเทวะเวสม์นั้นจะเริ่มในช่วงสงกรานต์เช่นกัน แต่เนื่องจาก “กับข้าว” ของข้าวแช่นั้นมีหลายอย่างและแต่ละอย่างทางวังจะต้องทำเองหมด ดังนั้นในครัวจึงต้องเริ่มเตรียมเครื่องตั้งแต่ย่างเข้าเดือนมกราคมทีเดียว


“ สมัยก่อนพอเดือนมกราคม พวกเราจะต้องทำเนื้อตากแห้งแล้วนำมาฉีกฝอย ปลาช่อนก็ตากเองเหมือนกัน ทำไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงสงกรานต์ถึงจะกิน เพราะเครื่องเหล่านี้เป็นของแห้งที่เก็บไว้ได้”
แม้จะเตรียมการมาหลายเดือนแล้ว แต่พอถึงวันสงกรานต์จริง ๆ ภายในครัวของวังเทวะเวสม์ก็เริ่มโกลาหลตั้งแต่เช้ามืด โดยมี “แม่ประยูร” ซึ่งเป็นแม่ครัวประจำวังคุมเด็ก ๆ ตื่นแต่เช้ามาหุงข้าว ขัดข้าวให้เป็นเม็ดสวยเพื่อเตรียมสำหรับทำข้าวแช่

และกว่าจะมาเป็น”กับข้าว”ของข้าวแช่แต่ละอย่างที่หยิบเข้าไปแล้วอร่อยนั้น เบื้องหลังการทำช่างยากลำบากต้องอาศัยทั้งรสมือและความอดทนทีเดียว อย่างเช่นลูกกะปิสูตรวังนี้จะใช้เนื้อปลาดุกผัดกับเครื่องสมุนไพรสดและหัวกะทิ โดยต้องใช้แรงผู้ชายจึงจะกวนลูกกะปิกระทะใหญ่จนงวดแถมยังต้องผจญกับเครื่องในกระทะที่คอยกระเด็นใส่มือคนกวนอีกด้วย

จากนั้นยังต้องเติมความละเมียดในการทำเพิ่มไปอีก “ พอกะปิแข็งและเหนียวแล้ว ยังต้องนำมาปั้นให้ลูกกลมขนาดเท่าปลายนิ้วนางแล้วกดให้แบนลงหน่อย ขั้นตอนนี้เด็ก ๆ จะถูกเกณฑ์มาปั้นกันทุกคน พวกเราห่วงเล่นก็ปั้นลูกใหญ่ ๆ แต่พอผู้ใหญ่มาดูก็บอกว่าไม่ได้เลยต้องปั้นกันใหม่ จากลูกกะปิเล็ก ๆ ดำ ๆ ยังต้องนำมาชุบไข่ทอดเพื่อให้ดูสวยงามขึ้น “
ข้าวแช่ตำรับวังเทวะเวสม์จะให้ความสำคัญแม้กระทั่งเรื่องการ ”อบน้ำ” ซึ่งเมื่อก่อนจะต้องต้มน้ำ 1 วัน ปล่อยให้น้ำเย็นสนิทอีก 1 วันแล้วค่อยนำมาอบน้ำลอยดอกมะลิอีก 1 วันจึงจะได้น้ำกลิ่นดอกมะลิที่หอมเย็นชื่นใจ
ส่วนผักที่จัดเคียงคู่มากับข้าวแช่นั้นจะต้องแกะสลักมิใช่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่เป็นเคล็ดว่าจะต้องกินลูกกะปิกับกระชายที่แกะเป็นรูปดอกจำปี เมื่อ 2 รส 2 กลิ่นนี้มาพบกันกระชายก็ดับกลิ่นคาวของกะปิและปลาย่างกลายเป็นรสชาติของความกลมกล่อม
“พอถึงวันที่ 13 เมษายน ลูกของคุณปู่คุณย่าจะมารวมตัวกัน เพื่อกินข้าวแช่ แล้วก็ตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง แต่พอคุณปู่(พลตรีหม่อมเจ้า ปรีดิเทพยพงษ์ เทวกุล )สิ้นในวันที่ 11 พฤษภาคม ตอนนี้พวกเราจึงย้ายมากินข้าวแช่ในวันทำบุญคุณปู่”
และทุกปีตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ไปจนถึง31 พฤษภาคม คุณป้อมจะต้องบรรจุสำรับข้าวแช่ตำรับวังเทวะเวสม์เป็นเมนูพิเศษของร้านเดวา บาย หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล สุขุมวิท 39 เพื่อหวังสืบทอดวัฒนธรรมข้าวแช่ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึงความละเมียดในการทำอาหารของคนไทยโบราณ

__________________

ลงบทความเมื่อ Friday 01 May, 2009.
ความติชมขณะนี้: 0
เขียนคำวิจารณ์
บอกต่อเพื่อนๆ
บอกต่อเพื่อนๆ:  
รถเข็น  มีอีก
0 รายการ
ขายดีประจำสัปดาห์  มีอีก
01.[ดำ] ถาดสุกี้ 5.5 นิ้วมน Flowerware
02.กล่องทิชชู่พร้อมที่ใส่ไม้จิ้มฟันสีแดง แฮปปี้แวร์-พลาสติก
03.ไข่กระทะทองเหลือง 7นิ้ว (16ซม.)
04.[ดำ] ถาดสุกี้ 9.5 นิ้วมน Flowerware
05.ที่ขูดมะพร้าว ด้ามสเตนเลส ซีพีเค
06.GN pan คุ้มค่า ฝาอ่างอุ่นอาหาร (1/1) แมสเตอร์แวร์
07.หม้ออบ เบอร์ 2 ซุปเปอร์อลูมิเนียม
08.กระป๋องน้ำ STL 8ซม. (ขายยกโหล) พระจันทร์
09.ตะหลิว เทปันยากิ แบบเหลี่ยมขนาดกลาง ด้ามจับไม้ Twin Fish
10.กระบวยด้ามไม้ พ่อครัวจีน 6 นิ้ว โฟโฟ้
สินค้าราคาลดพิเศษ  มีอีก
"Sun" ชุดอ่างอุ่นอาหารใหญ่ 50 ซม. พระอาทิตย์
"Sun" ชุดอ่างอุ่นอาหารใหญ่ 50 ซม. พระอาทิตย์
2,400.-
2,190.-
วิจารณ์  มีอีก
เหยือกมีหู ฝาเงินฝาทอง ลาย Mason 450cc Keyway **งดจัดส่ง
จะมีของมาอีกเมื-
่อไรคะ ถ้าสั่ง 1 โหล จัดส่งทางใดบ้าง ไม่สะดวก ..

4 จาก 5 ดาว!
สินค้าแนะนำ  มีอีก
เตาทาโกะยากิ 1 หัว ระบบไฟฟ้า Nanotech
เตาทาโกะยากิ 1 หัว ระบบไฟฟ้า Nanotech
3,984.-
มีอะไรใหม่?  มีอีก
ชุดหม้อหุงต้ม 22,24 ซม. พระอาทิตย์ ทรงสูง
ชุดหม้อหุงต้ม 22,24 ซม. พระอาทิตย์ ทรงสูง
675.-
บทความ
งานทอดกฐินประจำปี (10)
เกี่ยวกับเครื่องครัว (43)
เปิดร้านอาหารกัน (16)
กิจกรรมครอบครัว (5)
ร้านอาหารอร่อย (13)
สูตรอาหาร (14)
สูตรทำขนม (14)
ภูมิปัญญาชาวบ้าน (2)
บทความอื่นๆ -> (59)


บทความใหม่
บทความทั้งหมด

การส่งและคืนสินค้า | เพื่อนบ้าน / แลกลิ้งค์ | ใบสรุปราคาสินค้า
ขั้นตอนการสั่งซื้อ |ภารกิจ วิสัยทัศน์ และนโยบายการค้า | FAQ | แจ้งชำระเงิน | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา/แผนที่

Copyright 2006 - 2020 KitchenwareMarket.com. All rights reserved. รับรองความถูกต้องข้อมูลโดยadmin